กรุงเทพฯ ประเทศไทย สิงหาคม 2569 — ทรู ดิจิทัล พาร์ค ศูนย์กลางเทคและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรจาก ไต้หวัน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย และประเทศไทย ผ่านกิจกรรมความร่วมมือระดับนานาชาติในงาน Techsauce Global Summit 2026
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ในการเชื่อมประเทศไทยเข้ากับเครือข่ายธุรกิจและนวัตกรรมจากทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ การทำธุรกิจ การลงทุน และการต่อยอดไอเดียใหม่ ๆ ร่วมกัน
ในปี 2569 ทรู ดิจิทัล พาร์ค เดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับองค์กรจากทั่วโลก ครอบคลุมหลากหลายภูมิภาคและหลายทวีป พร้อมต่อยอดความร่วมมือในหลากหลายด้าน ตั้งแต่การลงทุน ภาครัฐ นวัตกรรมดิจิทัล กฎหมาย การพัฒนาบุคลากร การศึกษา ไปจนถึงการพัฒนาธุรกิจและผู้ประกอบการ
ความร่วมมือเหล่านี้ช่วยให้ ทรู ดิจิทัล พาร์ค สามารถเชื่อมต่อองค์กรจากต่างประเทศเข้ากับ สตาร์ทอัพ นักลงทุน บริษัท หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และคนในวงการเทคโนโลยีของไทย ได้มากขึ้น พร้อมสร้างโอกาสให้แต่ละฝ่ายได้รู้จักกันและมองหาโอกาสในการทำงานร่วมกัน
ปัจจุบัน ทรู ดิจิทัล พาร์ค มีเครือข่ายพันธมิตร (Tech ecosystem) มากกว่า 6,000+ ราย ครอบคลุมทั้งสตาร์ทอัพ การลงทุน ผู้ประกอบการ เทคโนโลยี นวัตกรรม และธุรกิจดิจิทัล ทำให้ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่ช่วยเชื่อมคนและองค์กรจากหลายวงการเข้าหากัน สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ แต่ละองค์กรนำความเชี่ยวชาญและเครือข่ายที่แตกต่างกันเข้ามาร่วมกัน
ไต้หวัน สตาร์ทอัพ เทอร์เรซ (Taiwan Startup Terrace) มุ่งสนับสนุนสตาร์ทอัพที่ต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ทั้งการเข้าสู่ตลาด การสร้างเครือข่าย และการเชื่อมต่อกับพันธมิตรใหม่ ๆ ขณะที่ เควสต์ เวนเจอร์ (Quest Ventures) นำประสบการณ์ด้านการลงทุนและเครือข่ายธุรกิจดิจิทัลในเอเชียเข้ามาร่วมต่อยอด รวมทั้งอินโดนีเซีย กุมปุล (KUMPUL) ช่วยเชื่อมผู้ประกอบการเข้ากับเมนเทอร์ นักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ และโอกาสใหม่ ๆ ส่วน อินโนแล็บ เอเชีย (InnoLab Asia) จากเวียดนาม นำความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมองค์กรและการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรเข้ามาเสริมความร่วมมือ
ในขณะที่ เอ็กซ์โพเนนเชียล (Exponential) เข้ามาเชื่อมผู้ก่อตั้งและผู้บริหารผ่านคอนเทนต์ อีเวนต์ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางธุรกิจ ส่วน อีโวโคอา (Evokoa) สตาร์ทอัพที่ก่อตั้งในสิงคโปร์และขยายธุรกิจสู่ตลาดสหรัฐฯ เข้ามาเสริมความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Enterprise AI ตลอดจน คาร์ฟ สตาร์ทอัพ แล็บส์ (Carve Startup Labs) พาร์ตเนอร์ด้านการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศจากอินเดีย ที่สนับสนุนสตาร์ทอัพในการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก ผ่านโครงการด้านการเข้าถึงตลาด การเปิดตัวธุรกิจในตลาดใหม่ และการเร่งการเติบโตร่วมกับองค์กร ช่วยให้ผู้ก่อตั้งสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายและองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการเข้าสู่ตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อทุกฝ่ายนำความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายของตัวเองมาเชื่อมต่อกัน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการจับมือเป็นพันธมิตร แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสใหม่ ๆ ทั้งด้าน การทำธุรกิจ การลงทุน การขยายตลาด การแลกเปลี่ยนความรู้ และการพัฒนานวัตกรรม หัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกันครั้งนี้ คือบทบาทของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ในการเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมองค์กรจากต่างประเทศที่สนใจประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะการเข้ามาในตลาดใหม่ ไม่ได้มีแค่เรื่องของสถานที่ แต่คือการได้รู้จักคนที่ใช่ เข้าใจตลาดมากขึ้น และมีโอกาสพูดคุยกับพันธมิตรที่สามารถต่อยอดกันได้จริง
ทรู ดิจิทัล พาร์ค จึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่ที่ช่วยเชื่อมต่อสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน ตั้งแต่สตาร์ทอัพ นักลงทุน บริษัทขนาดใหญ่ หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ไปจนถึงผู้คนในวงการเทคโนโลยีและธุรกิจ เพราะเรายึดมั่นว่า เมื่อคนที่มีความคิดต่างกันได้มาเจอกัน โอกาสใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นได้ แนวคิดนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “One Roof, All Possibilities” ของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค
การลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ในการเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่เชื่อมต่อสองระบบนิเวศเข้าด้วยกัน แต่คือการสร้าง 'ประตู' (Gateway) ที่แข็งแกร่งให้นวัตกรได้เข้ามา Work, Connect, and Grow พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมของภูมิภาค และเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด Hello,Connecting for New Possibilities อย่างแท้จริง
#HelloTrueDigitalPark #OneRoofAllPossibilities